ทีมชาติฝรั่งเศส พลาดโอกาสเก็บชัยชนะในบ้าน หลังเปิดสนามสตาด เดอ ฟร็องส์ เสมอกับ ทีมชาติอิตาลี 1-1 ในศึก ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 1 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569 แม้เจ้าถิ่นจะเป็นฝ่ายครองเกมและสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่สุดท้ายกลับต้องแบ่งแต้มกับทัพอัซซูรีอย่างน่าเสียดาย

เกมนี้ ฝรั่งเศส ภายใต้การคุมทีมของ ซีเนดีน ซีดาน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการควบคุมเกม โดยเฉพาะการครองบอลและการเดินเกมรุกที่ทำได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องความเฉียบขาดในพื้นที่สุดท้าย รวมถึงความผิดพลาดบางจังหวะ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถเปลี่ยนความเหนือกว่าให้กลายเป็น 3 คะแนนได้

4 จุดเปลี่ยนสำคัญ ทำไมฝรั่งเศสถึงชนะอิตาลีไม่ได้

1. ดอนนารุมมาโชว์ซูเปอร์เซฟช่วยอิตาลี

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ อิตาลี ยังสามารถอยู่ในเกมได้จนจบ คือฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ จานลุยจิ ดอนนารุมมา นายทวารกัปตันทีม

ดอนนารุมมาโชว์ความเหนียวหนึบด้วยการเซฟถึง 6 ครั้ง และมีหลายจังหวะที่ช่วยรักษาสกอร์ให้ทีมเยือนได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะช่วงต้นครึ่งหลังที่เจ้าตัวต้องออกแรงดับเบิ้ลเซฟจากจังหวะยิงของ เดซีเร ดูเอ และ อุสมาน เดมเบเล

หากไม่มีผลงานของนายทวารรายนี้ ฝรั่งเศสอาจมีโอกาสยิงประตูเพิ่มและปิดเกมไปได้ตั้งแต่ช่วงเวลาสำคัญของการแข่งขัน

2. ความผิดพลาดจากการเล่นหน้าประตูตัวเอง

ฝรั่งเศสได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 55 จากลูกฟรีคิกสุดสวยของ ไมเคิล โอลิเซ ซึ่งทำให้เจ้าบ้านดูเหมือนจะควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้

แต่เพียง 13 นาทีต่อมา ความผิดพลาดในการขึ้นเกมจากแดนหลังก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อฝรั่งเศสพยายามเซ็ตบอลสั้นบริเวณหน้าปากประตูตัวเอง ก่อนจ่ายบอลพลาดจน อเลสซานโดร บัสโตนี่ ฉกบอลไปได้

กองหลังทีมชาติอิตาลีลากบอลเข้าไปยิงผ่านมือ ไมค์ แมญ็อง ส่งให้อิตาลีตามตีเสมอ 1-1 ทันที จังหวะดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการเล่นจากแดนหลังที่มีความเสี่ยง หากขาดความแม่นยำเพียงเล็กน้อยก็สามารถเปลี่ยนโมเมนตัมของเกมได้ทันที

3. ฝรั่งเศสขาดความเฉียบคมเมื่อไม่มีเอ็มบัปเป้

อีกหนึ่งปัจจัยที่เห็นได้ชัดคือการขาดหายไปของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ซึ่งมีอาการบาดเจ็บและไม่ได้ลงสนามช่วยทีมในเกมนี้

แม้ฝรั่งเศสจะครองบอลได้มากถึง 66 เปอร์เซ็นต์ และสร้างโอกาสยิงได้หลายครั้ง แต่ปัญหาอยู่ที่การเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้กลายเป็นประตู โดยเฉพาะในจังหวะสุดท้ายที่ยังขาดความเด็ดขาด

การไม่มีเอ็มบัปเป้จึงส่งผลต่อมิติการเข้าทำของฝรั่งเศสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะนอกจากความสามารถในการจบสกอร์แล้ว ดาวยิงรายนี้ยังเป็นตัวเลือกสำคัญในการสร้างความกดดันให้แนวรับคู่แข่ง

4. ใบแดงของอูปาเมกาโนทำให้ฝรั่งเศสเสียโมเมนตัม

ช่วงท้ายเกม ฝรั่งเศสต้องเจอกับสถานการณ์ที่ยากขึ้นเมื่อ ดาโยต์ อูปาเมกาโน ถูกใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงในนาทีที่ 85 จากจังหวะทำฟาวล์ โมอีเซ เกน

ใบแดงดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ฝรั่งเศสกำลังพยายามเร่งเกมเพื่อหาประตูชัย ทำให้เจ้าบ้านต้องลดความเสี่ยงและหันมาเน้นประคองสถานการณ์แทน

เมื่อเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน โอกาสที่ฝรั่งเศสจะเดินหน้าบุกเต็มกำลังเพื่อเอาประตูที่สองจึงลดลงอย่างชัดเจน และท้ายที่สุดทั้งสองทีมต้องแบ่งแต้มกันไปด้วยสกอร์ 1-1

ฝรั่งเศสยังนำจ่าฝูง แม้ทำแต้มหล่นในบ้าน

ผลเสมอกับอิตาลีทำให้ ฝรั่งเศส เก็บเพิ่มได้เพียง 1 คะแนน แต่ยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของ ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 1 หลังผ่านการแข่งขัน 3 นัด

สถานการณ์ล่าสุด ฝรั่งเศสมี 7 คะแนนจากผลงานชนะ 2 นัด เสมอ 1 นัด และยังไม่แพ้ใคร ขณะที่ เบลเยียม ตามมาเป็นอันดับ 2 มี 6 คะแนน ส่วน อิตาลี อยู่อันดับ 3 มี 4 คะแนน และ ตุรกี รั้งอันดับ 4 โดยยังไม่มีแต้ม

ดังนั้น แม้การเสมอกับอิตาลีจะทำให้ฝรั่งเศสพลาดโอกาสทำคะแนนทิ้งห่างคู่แข่ง แต่สถานการณ์ในกลุ่มยังเปิดกว้าง และทุกคะแนนมีความสำคัญต่อการลุ้นตำแหน่งในรอบต่อไป

นัดต่อไป ฝรั่งเศสเจองานหนักกับเบลเยียม

โปรแกรมนัดถัดไปในวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ฝรั่งเศสจะต้องเปิดบ้านพบกับ เบลเยียม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเกมสำคัญของกลุ่ม

เกมดังกล่าวจะเป็นบททดสอบสำคัญของ ซีเนดีน ซีดาน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความผิดพลาดในแดนหลัง การเพิ่มประสิทธิภาพในจังหวะจบสกอร์ และการรับมือกับสถานการณ์ที่ต้องขาดผู้เล่นสำคัญ

หากฝรั่งเศสต้องการรักษาตำแหน่งจ่าฝูง การกลับมาเก็บ 3 คะแนนในเกมต่อไปจึงมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเบลเยียมเป็นทีมที่กำลังไล่จี้มาติด ๆ ในตารางคะแนน



แมนฯ ซิตี้ ยื่นอุทธรณ์พรีเมียร์ลีก ยืนยันสโมสรบริสุทธิ์ เดินหน้าสู้คดีเต็มที่

🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!
🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย
📲 คลิกที่นี่เลย 👉https://line.me/R/ti/p/@pzz9

Post a Comment

أحدث أقدم